DIPROM ดันอาหารฮาลาลไทยสู่ตลาดโลก ผ่าน GI – Thai Soft Power – Global Branding ยกระดับ 13 แบรนด์ต้นแบบ สู่ธุรกิจอาหารไทยแห่งอนาคต
จากอาหารท้องถิ่นสู่ตลาดโลก “อาหารฮาลาลไทย” กำลังมีโอกาสเติบโตไปไกลกว่าการเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม เมื่อผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญทั้งมาตรฐาน ความปลอดภัย คุณภาพของวัตถุดิบ ตลอดจนความคิดสร้างสรรค์และเรื่องราวของแบรนด์
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ภายใต้การบริหารงานของ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จึงเดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มไทยผ่านโครงการ DIPROM RESTRO POWER (Halal Version) ภายใต้แนวคิด Local to Global มุ่งยกระดับร้านอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นมิตรต่อผู้บริโภคมุสลิม (Muslim Friendly) รวมถึงผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล ให้สามารถพัฒนาธุรกิจจากร้านอาหารท้องถิ่นไปสู่ธุรกิจที่มีแบรนด์ มีระบบ และพร้อมแข่งขันในตลาดโลก

นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับสากล เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองหาเพียงความถูกต้องตามมาตรฐานฮาลาลเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัย คุณภาพของวัตถุดิบ ความคิดสร้างสรรค์ และการออกแบบที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์
ด้วยเหตุนี้ DIPROM จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ประกอบการอาหารฮาลาลในหลายมิติ ทั้งองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และมาตรฐาน พร้อมนำจุดแข็งของอาหารไทย วัตถุดิบท้องถิ่น พลังสร้างสรรค์ และการสร้างแบรนด์ มาต่อยอดเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

จากมาตรฐานฮาลาล สู่แบรนด์อาหารไทยที่มีศักยภาพในตลาดโลก
หัวใจสำคัญของโครงการ DIPROM RESTRO POWER (Halal Version) คือการทำให้ผู้ประกอบการสามารถก้าวข้ามจากการเป็นเพียง “ร้านอาหาร” ไปสู่การเป็น “ธุรกิจอาหาร” ที่มีระบบและสามารถเติบโตได้ในระยะยาว
นายพลาวุธกล่าวว่า โครงการมุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการภายใต้แนวคิด Local to Global โดยเชื่อมโยงจุดแข็งของอาหารฮาลาลเข้ากับพลังสร้างสรรค์ วัตถุดิบอัตลักษณ์ท้องถิ่น และการสร้างแบรนด์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับอาหารไทยและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถขยายตลาดได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนมุมมองจากการขายอาหารเพียงในระดับร้านหรือชุมชน ไปสู่การสร้างแบรนด์ที่มีตัวตน สามารถสื่อสารเรื่องราว และมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดที่กว้างขึ้น

ใช้ GI และวัตถุดิบท้องถิ่น สร้างเรื่องราวให้กับอาหารไทย
อีกหนึ่งแนวทางสำคัญของโครงการคือการนำ วัตถุดิบอัตลักษณ์ท้องถิ่นและสินค้า GI (Geographical Indication) มาพัฒนาเป็นเมนูและผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์
เพราะวัตถุดิบท้องถิ่นไม่ได้มีเพียงคุณค่าด้านรสชาติ แต่ยังสะท้อนเรื่องราวของพื้นที่ ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตของผู้คน
เมื่อนำเรื่องราวเหล่านี้มาผสมผสานกับมาตรฐานฮาลาล การออกแบบอาหาร การสร้างแบรนด์ และการเล่าเรื่อง จึงสามารถเปลี่ยนวัตถุดิบท้องถิ่นให้กลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มและมีโอกาสเข้าสู่ตลาดระดับสากล
แนวคิดดังกล่าวยังสอดคล้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการใช้ Thai Soft Power เพื่อส่งต่ออัตลักษณ์ของประเทศไทยผ่านอาหารไปยังผู้บริโภคในตลาดโลก

พัฒนาผู้ประกอบการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
DIPROM RESTRO POWER (Halal Version) เป็นการพัฒนาผู้ประกอบการแบบครบกระบวนการ ตั้งแต่การวิเคราะห์ศักยภาพของธุรกิจ การอบรมเชิงปฏิบัติการ และการให้คำปรึกษารายกิจการ
รวมถึงการพัฒนาเมนูและผลิตภัณฑ์ร่วมกับเชฟและผู้เชี่ยวชาญ การสร้างแบรนด์ การบริหารต้นทุน การวางระบบร้านอาหาร การพัฒนาช่องทางการตลาด และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจ
เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ผู้ประกอบการสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้และต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้จริง
ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายสาขา การทำแฟรนไชส์ การผลิตแบบ OEM หรือการเตรียมความพร้อมสำหรับการส่งออก

13 แบรนด์ต้นแบบ กับโอกาสในการเติบโต
ตลอดระยะเวลาของโครงการ มีผู้ประกอบการ 13 แบรนด์จากทั่วประเทศ ผ่านกระบวนการพัฒนาศักยภาพอย่างเข้มข้น
ตั้งแต่การวิเคราะห์ธุรกิจ การออกแบบโมเดลธุรกิจ การสร้างแบรนด์ การบริหารต้นทุน การพัฒนาเมนูและผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการบริหารจัดการร้านอาหารสมัยใหม่
ผู้ประกอบการยังได้รับคำปรึกษาเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ และมีโอกาสพัฒนาเมนูร่วมกับเชฟ เพื่อสร้างต้นแบบเมนูและผลิตภัณฑ์ที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้
อีกทั้งยังมีการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจในอนาคต

HALAL FOOD STYLING CHALLENGE เมื่ออาหารต้องทั้งอร่อยและเล่าเรื่องได้
อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือ HALAL FOOD STYLING CHALLENGE เวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ผ่านเมนูที่พัฒนาจากวัตถุดิบท้องถิ่นและสินค้า GI
กิจกรรมนี้ไม่ได้มองเพียงเรื่องรสชาติ แต่ให้ความสำคัญกับ การออกแบบอาหาร การจัดวาง การเล่าเรื่อง และแนวคิดทางธุรกิจ
เพราะในตลาดอาหารยุคใหม่ อาหารหนึ่งจานสามารถเป็นมากกว่าของรับประทาน แต่สามารถทำหน้าที่เป็นตัวแทนของแบรนด์ ถ่ายทอดเรื่องราวของวัตถุดิบ และสร้างประสบการณ์ให้กับผู้บริโภคได้

ภายในงานมีการประกวดและมอบรางวัล 3 ประเภท ได้แก่
1. Best Creative Menu & Taste with Local Raw Materials
เมนูสร้างสรรค์และรสชาติยอดเยี่ยมจากวัตถุดิบท้องถิ่น
2. Best Food Styling Presentation with Local Raw Materials
การนำเสนอและจัดวางอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่โดดเด่น
3. Best Storytelling & Taste with Local Materials
การเล่าเรื่องและรสชาติที่สามารถสะท้อนคุณค่าของวัตถุดิบท้องถิ่น
ทั้ง 3 ประเภทรางวัลสะท้อนแนวคิดเดียวกันว่า การสร้างมูลค่าให้อาหารไทยในวันนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียง “ความอร่อย” แต่ต้องสามารถสร้างความแตกต่างและทำให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์ได้


Halal by Owner และ Muslim Friendly กับตลาดที่หลากหลายขึ้น
โครงการยังให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการ 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ Halal by Owner หรือธุรกิจของชาวมุสลิม และ Muslim Friendly หรือธุรกิจทั่วไปที่เป็นมิตรต่อผู้บริโภคมุสลิม
การแบ่งกลุ่มดังกล่าวสะท้อนถึงความเข้าใจในพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่มีความหลากหลายมากขึ้น
ในมุมของ DIPROM การนำมาตรฐานฮาลาลมาผสานเข้ากับอัตลักษณ์อาหารไทย วัตถุดิบท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์ จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมอาหารไทย และสร้างโอกาสให้ธุรกิจจากชุมชนสามารถก้าวเข้าสู่ตลาดที่มีศักยภาพสูงขึ้น

เมื่ออาหารไทยไม่ได้ขายเพียงรสชาติ
สิ่งที่น่าสนใจจากโครงการนี้คือการมองอาหารฮาลาลในมิติที่กว้างขึ้น
จากเดิมที่มาตรฐานฮาลาลอาจถูกมองในมิติของการรับรองอาหาร วันนี้กำลังถูกเชื่อมโยงเข้ากับ คุณภาพ แบรนด์ ความคิดสร้างสรรค์ วัตถุดิบท้องถิ่น GI และ Soft Power
องค์ประกอบเหล่านี้สามารถกลายเป็นจุดแข็งของอาหารไทยบนเวทีโลก หากผู้ประกอบการสามารถนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์และสื่อสารตัวตนได้อย่างชัดเจน
สำหรับผู้ประกอบการรายเล็ก นี่จึงอาจเป็นอีกหนึ่งเส้นทางในการเปลี่ยน “ของดีในท้องถิ่น” ให้กลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าและมีโอกาสเติบโต

จาก Local สู่ Global
สำหรับ DIPROM การผลักดันอาหารฮาลาลไม่ได้หมายถึงการพัฒนาเฉพาะเมนูอาหาร แต่คือการสร้างความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตได้อย่างเป็นระบบ
วัตถุดิบท้องถิ่นกลายเป็นเรื่องราว
สินค้า GI กลายเป็นอัตลักษณ์
Soft Power กลายเป็นพลังในการสื่อสาร
และ Branding กลายเป็นเครื่องมือในการสร้างความแตกต่าง
เมื่อองค์ประกอบทั้งหมดทำงานร่วมกัน อาหารไทยจึงมีโอกาสเดินทางไปได้ไกลกว่าร้านอาหารหนึ่งร้านหรือผลิตภัณฑ์หนึ่งชิ้น

และนี่คือแนวคิดสำคัญของ Local to Global ที่ DIPROM กำลังผลักดัน เพื่อเปิดพื้นที่ให้อาหารฮาลาลไทยและผู้ประกอบการไทยสามารถก้าวไปสู่ตลาดโลกได้อย่างมีศักยภาพและยั่งยืน









