รัตนา ทองดี บอสสาวหัวใจแกร่งแห่ง ร้าน “กินลมชมลาว” “ปัญหามีไว้แก้ ความท้อแท้มีไว้พิชิต”

 

รัตนา ทองดี บอสสาวหัวใจแกร่ง แห่ง ร้าน “กินลมชมลาว”

 “ปัญหามีไว้แก้ ความท้อแท้มีไว้พิชิต”

 

จะว่าไป ชีวิตคนเราก็วกวนหมือนพระจันทร์บนฟากฟ้า ที่บางราตรีก็ทอแสงนวลจ้าเพราะเป็นคืนเดือนเพ็ญ  บางราตรีก็หมองหม่นเห็นเพียงรูปเรียวเกี่ยวฟ้าเพราะเป็นคืนเดือนแรม  และบางราตรีก็มืดมิดสิ้นแสงเพราะเป็นคืนเดือนดับ

 เมื่อชีวิตวกวนมาเจอปัญหา บางคนอาจจะหันหลังปิดหูปิดตา หรือวิ่งหนีสุดชีวิต  ขณะที่บางคนอาจจะคร่ำครวญหวนไห้และใช้น้ำตาเป็นเพื่อนปลอบใจ แต่สำหรับสาวสุรินทร์เลือดนักสู้นาม “รัตนา ทองดี” คนนี้ เธอเลือกที่จะหันหน้ามาเผชิญกับมัน แล้วใช้สติปัญญาค่อยๆแก้ไข เพราะเธอยึดคติที่ว่า “ปัญหามีไว้แก้ ความท้อแท้มีไว้พิชิต” เป็นคัมภีร์ในการใช้ชีวิตนั่นเอง

“รัตเป็นสาวเมืองสุรินทร์ค่ะ เป็นลูกชาวนา เกิดที่หมู่บ้านเล็กๆในจังหวัดสุรินทร์ พ่อแม่มีลูก 3 คน  รัตเป็นคนสุดท้อง” คุณรัตนาเริ่ม อารัมบทถึงตัวเองให้ฟัง

“ แต่ไม่ว่าจะเป็นลูกคนไหนก็เจอ “กฎเหล็ก” ของพ่อแม่เหมือนกันหมดค่ะ คือต้องช่วยที่บ้านทำนา ถ้าเป็นฤดูปลูกข้าว  พวกเราต้องตื่นตั้งแต่ตีห้ามาช่วยพ่อแม่ดำนา (ปลูกข้าว)  พ่อและแม่จะแบ่งพื้นที่ให้เลยว่าต้องไปดำนา คนละเท่านี้นะ…เราจะเรียกเป็นหน้า หน้านึงก็จะกว้างประมาณ 1 เมตร แต่มันยาววว…ย้วยเป็นไร่เลยค่ะ พวกเราต้องดำนาในส่วนที่รับผิดชอบให้เสร็จก่อน พอ 7 โมงนู่น ถึงจะได้หยุดมาอาบน้ำกินข้าวไปโรงเรียน วันไหนดำนาเสร็จช้า ไปโรงเรียนสาย รัตก็จะถูกครูตี โอ๊ย!..ชีวิตวัยเด็กเหนื่อย และลำบากมากค่ะ แต่ความที่เป็นน้องสุดท้อง พี่ๆเค้าก็จะมาช่วยดำนาในส่วนของเรา  ก็ ยังนับว่ามีบุญอยู่นะคะ” ว่าพลางหัวเราะเสียงพลิ้ว

 

 

“รัตถูกฝึกให้รู้จักหน้าที่ และรับผิดชอบมาตั้งแต่เด็กๆ และงานดำนาปลูกข้าวเนี่ย มันเหนื่อยนะคะ แต่ เหนื่อยยังไงก็ต้องอดทน และทนให้ได้ สมัย เด็กๆเราไม่มีขนม ไม่มีทีวี ไม่มีตู้เย็น ไม่มีรถ จะไปไหนมาไหนทีก็ต้องเดินเอา มันทำให้เรากลายเป็นคนแกร่ง  อดทน และสู้สู้.. ซึ่งตอนโตขึ้นเรารู้สึกว่ามันก็ดีนะ  วัยเด็กมันสอนให้เรารู้จักความลำบาก และพอโตขึ้น ตอนนี้  เวลารัตเจออะไรหนักๆ เราก็สู้ อดทนและทนได้”

“รัตเรียนหนังสือป.1ที่หมู่บ้านจนจบประถม และย้ายมาเรียนมัธยม และปวช.ในเมือง จากนั้นได้ข้ามจังหวัดไปเรียนต่อคณะบริหารธุรกิจที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พอจบปริญญาตรีด้านบริหารธุริจ ก็ประเดิมงานแรก เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ ที่บริษัทดีแทค  เป็นคนตั้งใจทำงาน และค่อนข้างจะบ้างาน ทำ อยู่ได้ 2 ปีก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็น เทรนเนอร์  และพอ 2 ปีต่อมาก็ได้เลื่อนเป็น Supervisor และไม่กี่ปีต่อมาก็ได้ขยับเป็น  Acting Manager จนกระทั่งได้เป็น Manager และเป็น Senior Manager ในที่สุด”

“รัต ทำงานที่ดีแทค ที่เดียวยาวโลดมาจนถึง 15 ปีค่ะ  แล้วก็มาถึงจุดที่อิ่มตัวสุดๆ และ เพิ่งมารู้ตัวตอนหลังๆทำงานที่ดีแทคว่า เอมสุดยอดของตัวเองคือ อยากเป็นนักธุรกิจ อยากทำธุรกิจส่วนตัว”

เธอก็เลยตัดสินใจลาออกจากงานประจำ มาสวมหมวกนักธุรกิจเต็มตัว โดยเปิดร้านอาหารชื่อ “กินลมชมลาว” เมื่อปีที่แล้ว ที่ 54/8 หมู่ 1 ตำบลรังสิต ธัญบุรี คลอง 5 (เลียบถนนวงแหวน เยื้องด่านเก็บเงิน ธัญบุรี) โทร. 081 655 1730  ร้านเปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-24.00

“รัตชอบอาหารอีสานเพราะเรามาจากอีสาน และเราก็ถนัดทำส้มตำและอาหารอีสาน อีกอย่างบรรยากาศที่ร้านเราเป็นแบบ outdoor ซึ่งรัตเป็นคนออกแบบเอง ต้องการให้เป็นร้านเปิดโล่ง เพดานสูง หลังคาจึงเป็นซุ้มโดมแปดเหลี่ยม มุงจากเพื่อให้ได้กลิ่นอายอีสาน รอบด้านก็ เปิดโล่งแบบ 360 องศา เพื่อให้ลูกค้าได้นั่งรับลมที่โชยชายมาตลอดเวลา ส่วน ด้านหน้าเรามีโซนเคาน์เตอร์บาร์ เซ็ตเป็นเก้าอี้สูงให้นั่งละเลียดเครื่องดื่มสุดโปรด เอาใจหนุ่มหรือสาวที่มาแบบคู่หรือฉายเดี่ยวได้นั่งปล่อยอารมณ์อยู่ในโลกส่วนตัว  ชื่อร้านก็เลยเป็น  กินลมชมลาว ค่ะ”   คุณรัตบอกเล่าถึงที่มาของชื่อร้านสุดเก๋

 

“โปรเจคต์ร้านนี้ รัตทุ่มหมดตัวด้วยเงินลงทุนที่เราเก็บหอมรอมริบจากการทำงานมาตลอด 15 ปีนั่นเองค่ะ” เจ้าตัวเล่า

“ครั้งแรกเราก็คิดว่าเป็นเรื่องง่าย เพราะมันเป็นแค่ร้านเล็กๆ คงไม่เท่าไหร่ แต่กลายเป็นว่า Timing นั้นเป็นช่วงที่ Tuff มาก ลำบากมาก มีผลกระทบเยอะ เพราะเศรษฐกิจแย่มากๆ เรียกว่าเศตกสะเก็ดเลือดซิบๆเลยค่ะ  ตอนนี้ร้านเพิ่งครบรอบ 1 ปีไปหมาดๆ  แต่ 1 ปีเต็มๆที่ผ่านมา รัตต้องอดทน และสู้มาก ต้องสู้ไม่ถอย เพราะมันถอยไม่ได้แล้ว เราตัดสินใจมาทางนี้แล้ว เราต้องใจเด็ด เดินหน้าต่อ ต่อให้ต้องกัดฟันหรือกลืนเลือดก็ต้องยอม หันหลังกลับไม่ได้แล้ว เราเป็นหัวหน้า มีลูกน้องต้องดูแลอีกหลายชีวิต และเราก็ดันใช้เงินลงทุนไปทั้งหมด ทุ่มแบบหมดหน้าตัก  ทำให้เราหยุดและถอยหลังไม่ได้”

 

 

“1 ปีแรกของธุรกิจ สำหรับมือใหม่หัดขับอย่างเราถือว่าเจอปัญหาเยอะมาก ไหนจะฝนตก ไหนจะลูกค้าสโลว์ซบ เพราะเป็นช่วงปีของงานพระราชพิธีพระบรมศพ ไหนจะลูกน้องที่เดินเข้าเดินออกเพราะยังไม่ลงตัว แต่รัตก็สู้ค่ะ หันหน้ามารับมือกับทุกปัญหา ค่อยๆแก้ไขไป เพราะเราถือคติว่า ปัญหามีไว้แก้ไข บางวันเหนื่อยและท้อจนต้องนั่งร้องไห้ แต่สักพักก็ต้องหยุดร้อง เพราะน้ำตามันแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ เราต้องดึงสติกลับมา แล้วหาทางแก้ไขปัญหาต่อ”

ทุกวันนี้เธอก็ได้ ฟาดฟัน และ“ผ่าน”สถานการณ์ตรงนั้นมาแล้ว ด้วย “ลำแข้ง” น้อยๆของตัวเองและสติปัญญาที่อุตส่าห์ร่ำเรียนจนจบบริหารธุรกิจมา

“รัตผ่านมันมาได้เพราะรัตสู้  อยากฝากถึงคนที่กำลังเจอปัญหาคล้ายรัตว่า อย่าได้ท้อถอย จงสู้สู้ และอย่ายอมแพ้มัน เราต้องอดทน และเข้มแข็ง ท่องไว้เลยว่าปัญหามีไว้แก้ ความท้อแท้มีไว้พิชิต”

ทุกวันนี้คุณรัตมีความสุขกับสถานภาพ “ซิงเกิ้ลมัม” หมาดๆของตัวเอง  นอกเหนือจากเวลาทำงานดูแลร้านอาหาร “กินลมชมลาว” แล้ว เธอจะขอสงวนเวลาที่เหลือ โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ให้กับลูกสาว-น้องเฟรนด์ลี่วัย 10 ขวบ

“เสาร์-อาทิตย์ รัตจะกันเวลาไว้ให้กับลูกสาวค่ะ ปกติ จันทร์ถึงศุกร์ น้องเฟรนด์ลี่ไปเรียนหนังสือ เราก็ไปรับ-ส่ง แต่เวลาที่เหลือเราก็จะทำงาน ไม่มีเวลาให้เค้าเต็มที่ ก็จะมีช่วงเสาร์-อาทิตย์นี่แหละค่ะ ที่เราจะได้อยู่ด้วยกันตลอด ก็พาเขาไปเที่ยวบ้าง ออกกำลังกายบ้าง ไปวัดบ้าง แปลกมากที่น้องเฟรนด์ลี่ชอบไปวัด เราก็ไปไหว้พระและทำบุญกัน นอกนั้นก็จะพาน้องเค้าไปทัศนศึกษาที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ เพราะใกล้บ้านค่ะ”

“ส่วนตัวรัตเอง ก็จะหาเวลาให้กับตัวเองเพื่อไปทำกิจกรรมสุดโปรดของตัวเองบ้างเหมือนกัน ใครๆก็ต้องมีโลกส่วนตัวบ้างใช่มั้ยคะ  พออยู่ในโหมดส่วนตัว รัตก็ชอบไปออกกำลังกายค่ะ ชอบเล่นโยคะ เล่นมาหลายปีแล้ว โยคะแบบยากซะด้วยนะคะ คือ “พิลาทิส” มันได้ทั้งร่างกายคือกล้ามเนื้อฟิตแอนด์เฟิร์มเและจิตใจคือ ทำให้เรานิ่งและมีสมาธิ”

นี่เอง คือที่มาของฟุ่นฟิตเปรี๊ยะ น่าอิจฉา ราวกับนางแบบปลอมตัวมาของเธอค่ะ

ถามไถ่ถึงไลฟ์สไตล์ของเธอบ้าง คุณรัตบอกว่าตัวเองเป็นสาวรักสวยรักงามและชอบดูแลตัวเอง “ชอบแต่งตัว ชอบออกกำลังกาย ชอบไปทะเล ชอบทานอาหารออร์แกนิค ไม่ชอบทานแป้งค่ะ และนานๆก็จะเข้าสปา ไปขัดผิวบ้างค่ะ”  เคล็ดลับผิวสวยและหุ่นเป๊ะของเธออยู่ตรงนี้นี่เอง

ตบท้ายด้วยเรื่องแต่งเนื้อแต่งตัว เธอบอกว่า “แต่งตามสถานการณ์ค่ะ ไปงานกลางคืนเราก็ใส่เดรสเป็นผู้หญิงบ้าง เวลาทำงานที่ร้าน รัตต้องลงมือทำเมนูเด็ดของร้านคือ “ตำหอยแครง” เอง เราก็จะทะมัดทะแมงในกางเกงยีนส์ แต่ที่ชอบและแต่งบ่อยสุดก็คือใส่ยีนส์ ค่ะ โดยเฉพาะยีนส์ ลีวายส์ เนี่ย สุดโปรดเลยนะคะ เพราะยีนส์สามารถไปมิกซ์แอนด์แมตช์กับเสื้อผ้าได้แทบจะทุกชุดค่ะ”

ใครจะเลียนแบบบ้าง เธอก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์นะคะ

 

 

You May Also Like

%d bloggers like this: